เวลาคนขี่ Harley-Davidson คุยกันเรื่องรถ ชื่อที่ได้ยินอาจไม่ได้มีแค่ชื่อรุ่นหรือปีผลิต แต่ยังมีคำว่า Knucklehead, Panhead, Shovelhead, Evo, Twin Cam หรือ M8 ตามมาด้วย
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามารู้จัก Harley ชื่อเหล่านี้อาจฟังเหมือนชื่อเล่นในกลุ่มเพื่อน แต่สำหรับนักขี่ที่อยู่กับรถมานาน แค่รู้ว่าเป็นเครื่องอะไร ก็พอจะเห็นภาพของรถยุคนั้นขึ้นมาได้ ทั้งหน้าตา วิธีดูแล และแนวทางที่เจ้าของจะนำไปแต่งต่อ
เครื่องยนต์จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการทำความรู้จัก Harley-Davidson เพราะเมื่อไล่ดูขุมพลังแต่ละยุค เราจะพบทั้งความต่อเนื่องของเครื่อง V-Twin และการทดลองสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นข้างๆ กันมาตลอด
The History ตอนแรกนี้ จะพาย้อนจากเครื่องสูบเดียวในปี 1903 มาถึงเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยวางสาย Big Twin เป็นแกนหลัก แล้วตามไปดู Sportster รถเล็กยุค Aermacchi และกลุ่มเครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียดกันในตอนต่อไป
หลายเส้นทาง บนเส้นเวลาเดียวกัน
เครื่องยนต์รุ่นใหม่ไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์รุ่นเก่าทุกตระกูลหายไปพร้อมกัน เส้นเวลานี้แยกแขนงสำคัญออกเป็น 6 แถว เพื่อให้เห็นยุคที่ซ้อนกัน
อ่านประวัติผ่าน 6 กลุ่ม
แผนผังนี้ใช้จัดกลุ่มสำหรับบทความ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องยนต์ทุกตัวในกลุ่มสืบทอดการออกแบบโดยตรงจากกัน
Big Twin
F-head → Flathead V/U → Knucklehead → Panhead → Shovelhead → Evolution → Twin Cam → M8
แกนหลักของรถขนาดใหญ่Sportster
Model K/KH → Ironhead → Evolution Sportster
Revolution Max อยู่ใน Sportster รุ่นใหม่ด้วย แต่เป็นอีกสถาปัตยกรรมเครื่องยนต์45 & Other Twins
Flathead 45 · WL/WLA/WLC · Sport Twin · XA
45 เป็น V-Twin ส่วน Sport Twin และ XA เป็นสองสูบนอนตรงข้ามSingles & Small Bikes
สูบเดียวยุคแรก · A/B · รถเล็กสองจังหวะ · Topper · Aermacchi · X440
รถเล็กหลายแหล่งผลิตและหลายรูปแบบเครื่องยนต์Modern Engines
Revolution · Revolution X · Revolution Max · X350/X500
แยก V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำออกจากสองสูบเรียงRacing
Eight-Valve · Two-Cam racer · WR/KR · XR750 · VR1000 · XG750R
เส้นทางการแข่งขันที่พัฒนาคู่กับรถถนน1903 — จุดเริ่มต้นที่ยังมีเพียงสูบเดียว
ภาพจำของ Harley-Davidson อาจเป็นเครื่องสองสูบวางทำมุมกันอยู่กลางเฟรม แต่รถในช่วงเริ่มต้นของบริษัทใช้เครื่องยนต์สูบเดียว
ในปี 1903 William S. Harley และ Arthur Davidson กับทีมผู้ร่วมก่อตั้ง กำลังพัฒนารถที่ต้องขยับพ้นจากแนวคิดการนำเครื่องยนต์เล็กไปติดกับจักรยาน พวกเขาจึงออกแบบเครื่องยนต์และเฟรมให้ทำงานร่วมกันจริงๆ นี่คือช่วงตั้งต้นของรถที่ต่อมากลายเป็น Harley-Davidson
เครื่องสูบเดียวแบบ F-head ในยุคแรกได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยังอยู่ในไลน์รถจนถึงปีรุ่น 1918 เรื่องนี้ช่วยเตือนว่า ก่อน Harley จะมีชื่อเสียงจาก V-Twin บริษัทเคยสร้างตัวตนขึ้นมาด้วยรถที่มีโครงสร้างเรียบง่ายและกำลังเพียงไม่กี่แรงม้า 1, 2
เครื่องสูบเดียวยุคแรก ภาพจัดแสดงเป็นตัวแทนตระกูล 1903–1918 ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเครื่องปี 1903
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.01909–1929 — เมื่อสองสูบเริ่มวางเป็นรูปตัว V
ปี 1909 Harley-Davidson นำเครื่อง V-Twin รุ่นแรกออกจำหน่าย โดยวางกระบอกสูบทำมุม 45 องศา รูปแบบนี้จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของเครื่องยนต์สายดั้งเดิมในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม เครื่องรุ่นแรกยังมีข้อจำกัดเรื่องความน่าเชื่อถือ และจำหน่ายอยู่เพียงปีเดียว ก่อนที่ F-head V-Twin รุ่นปรับปรุงจะตามมาในปี 1911 และอยู่ต่อเนื่องจนถึงปี 1929
สำหรับบทความนี้ เราจะมองช่วงดังกล่าวเป็นรากฐานก่อนเข้าสู่สาย Big Twin ที่นักขี่คุ้นเคย การวางสองสูบเป็นตัว V เกิดขึ้นแล้ว แต่เส้นทางจากเครื่องยุคแรกไปสู่ Knucklehead ยังมีเครื่องยนต์อีกกลุ่มหนึ่งคั่นอยู่ นั่นคือ Flathead 1
ระหว่างนั้น Harley ยังมี Sport Twin หรือ Model W ในช่วงปี 1919–1923 ซึ่งใช้เครื่องสองสูบนอนตรงข้ามกัน เป็นอีกสถาปัตยกรรมที่ต่างจาก V-Twin และไม่ได้เป็นเครื่อง Sportster แม้ชื่อจะชวนให้คิดถึงกัน นอกจากนี้ Model W รุ่นนี้ยังต้องแยกจาก W-series เครื่อง 45 ที่จะตามมาในเวลาต่อมา 15
F-head V-Twin รุ่นปรับปรุงที่เริ่มในปี 1911
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0รถปี 1909 Model 5-D ในภาพจัดแสดงร่วมกับรถสูบเดียวปี 1906
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0Sport Twin / Model W ปี 1919–1923 — อีกแขนงที่ไม่ใช่ Sportster
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.01929–1948 — Flathead ก่อนยุคฝาสูบมีชื่อเล่น
ชื่อ Flathead มาจากลักษณะฝาสูบที่ค่อนข้างแบน เครื่องกลุ่มนี้ใช้วาล์วอยู่ด้านข้างกระบอกสูบ หรือที่เรียกว่า Side-valve จึงมีหน้าตาต่างจากเครื่องที่มีชุดกระเดื่องวาล์วอยู่เหนือฝาสูบอย่างชัดเจน
Harley เริ่มใช้ Flathead V-Twin ขนาด 45 ลูกบาศก์นิ้วในปี 1929 ก่อนที่เครื่องขนาดใหญ่ 74 ลูกบาศก์นิ้วในตระกูล V จะตามมาในปีรุ่น 1930 และมีตระกูล U สานต่อในปี 1937
หากไล่เฉพาะ Flathead Big Twin ช่วงหลักจะอยู่ระหว่างปีรุ่น 1930–1948 แต่คำว่า Flathead ครอบคลุมเครื่องมากกว่านั้น เครื่อง 45 ลูกบาศก์นิ้วยังถูกใช้กับรถรุ่นอื่น และอยู่ใน Servi-Car ต่อไปจนถึงปี 1973 ดังนั้น การมาถึงของเครื่องรุ่นใหม่จึงไม่ได้หมายความว่าเครื่องเก่าทุกขนาดจะหายไปพร้อมกัน 1, 3
Flathead Big Twin ตระกูล V ปีรุ่น 1930–1936
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0Flathead Big Twin ตระกูล U ปีรุ่น 1937–1948
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0สาย 45 — จาก WL พลเรือนสู่ WLA ในสงครามโลก
อีกแขนงของ Flathead ที่ต้องพูดถึงคือเครื่อง 45 ลูกบาศก์นิ้ว หรือประมาณ 750 ซีซี ซึ่งมีประวัติของตัวเองคู่กับ Big Twin ตระกูล V และ U
WL เป็นรถพลเรือนที่มีอยู่ในตลาดตั้งแต่ปี 1937 ก่อนถูกปรับสำหรับงานกองทัพเป็น WLA โดยเพิ่มอุปกรณ์อย่างไฟพรางสำหรับการใช้งานยามสงคราม กรองอากาศแบบอ่างน้ำมัน และอุปกรณ์บรรทุก ส่วน WLC เป็นรถที่ปรับตามข้อกำหนดของกองทัพแคนาดา ชื่อทั้งสามจึงช่วยบอกบทบาทและสเปกของรถในสายเครื่องยนต์เดียวกัน 16, 17
หลังการทดลองในปี 1939 WLA เริ่มผลิตในจำนวนจำกัดในปี 1940 ก่อนกลายเป็นรถสำคัญของกองทัพในสงครามโลกครั้งที่สอง งานของมันรวมถึงการส่งข่าว การควบคุมขบวนรถ และงานตำรวจทหาร มากกว่าภาพรถที่พุ่งเข้าต่อสู้ในแนวหน้า การผลิตช่วงสงครามสิ้นสุดในปี 1945 และมีการกลับมาผลิตอีกช่วงปี 1949–1952 17, 18
มีรายละเอียดที่คนดูรถเก่าควรจำไว้ด้วยว่า รหัส 42WLA ไม่ได้ยืนยันว่ารถทุกคันผลิตจริงในปี 1942 เพราะมีการใช้รหัสนี้ข้ามปีผลิตระหว่างสงคราม การดูประวัติรถจึงต้องอาศัยรายละเอียดอื่นประกอบกัน 17
ในยุคสงครามยังมี XA ปีรุ่น 1942 ซึ่งใช้เครื่องสองสูบนอนตรงข้ามกัน หน้าตาของมันจึงต่างจาก WLA อย่างชัดเจน แม้จะอยู่ในบริบทของรถกองทัพเหมือนกัน XA ต้องแยกเป็นอีกแขนงหนึ่งของเครื่องยนต์ Harley ไม่รวมไว้ใต้ชื่อ WLA 19
เครื่องตัวแทนตระกูล Flathead 45 ซึ่งใช้ในสาย WL ด้วย ไม่ใช่การระบุเครื่อง WLA ปีใดปีหนึ่ง
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0WLA ปีรุ่น 1942 — รถทั้งคันแสดงอุปกรณ์สำหรับงานกองทัพ
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0XA ปี 1942 เครื่องยนต์สองสูบนอนตรงข้าม แยกจาก V-Twin ของ WLA
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.01936–1947 — Knucklehead วางรากฐานให้ Big Twin ยุคใหม่
ปี 1936 เป็นหมุดหมายสำคัญ เมื่อ Harley-Davidson เปิดตัว Big Twin แบบ Overhead Valve หรือ OHV ซึ่งย้ายวาล์วมาอยู่บนฝาสูบ และใช้ก้านกระทุ้งกับกระเดื่องวาล์วทำหน้าที่เปิดปิดวาล์ว
รูปร่างของฝาครอบชุดกระเดื่องวาล์วที่ดูคล้ายข้อนิ้วหรือกำปั้น ทำให้นักขี่เรียกเครื่องนี้ว่า “Knucklehead” ชื่อที่จำได้จากหน้าตาเครื่องจึงกลายเป็นชื่อที่ใช้เล่าถึง Harley ทั้งยุค
ความสำคัญของ Knucklehead อยู่ที่การเป็น V-Twin แบบ OHV รุ่นผลิตจำหน่ายของบริษัท และการวางแนวทางให้ Big Twin รุ่นถัดไป อย่างไรก็ตาม Harley เคยทำเครื่อง OHV สำหรับการแข่งขันและเครื่องสูบเดียวมาก่อนแล้ว จึงควรเข้าใจจุดเปลี่ยนนี้ในบริบทของเครื่อง V-Twin ที่ผลิตขายทั่วไป
เมื่อมองเครื่อง Big Twin รุ่นหลังๆ เราจะยังเห็นแนวคิดที่เริ่มชัดเจนในยุค Knucklehead อยู่ ทั้งกระบอกสูบรูปตัว V ก้านกระทุ้งด้านข้าง และชุดวาล์วเหนือฝาสูบ แม้รายละเอียดภายในจะเปลี่ยนไปมากก็ตาม 4
Knucklehead ปีรุ่น 1936–1947 ชื่อเล่นจากรูปร่างฝาครอบกระเดื่องวาล์ว
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.01948–1965 — Panhead กับการพัฒนาให้ใช้งานง่ายขึ้น
ในปีรุ่น 1948 Panhead เข้ามาสานต่อจาก Knucklehead พร้อมฝาสูบอะลูมิเนียมและลูกกระทุ้งวาล์วแบบไฮดรอลิก ซึ่งช่วยลดเสียงการทำงานและภาระการปรับตั้งวาล์ว
ส่วนชื่อ Panhead ก็มาจากฝาครอบกระเดื่องวาล์วที่ดูคล้ายถาดหรือกระทะ เป็นอีกครั้งที่นักขี่ใช้สิ่งที่มองเห็นจากภายนอกมาตั้งชื่อเครื่อง ก่อนชื่อนั้นจะกลายเป็นภาษาที่คนรัก Harley เข้าใจตรงกัน
Panhead จึงเป็นช่วงที่น่าสนใจสำหรับการมองพัฒนาการของ Big Twin เพราะเราเริ่มเห็นชัดว่า การเปลี่ยนเครื่องยนต์ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่กำลังอย่างเดียว ความเงียบ ความสะดวกในการดูแล และการใช้งานต่อเนื่องก็เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเช่นกัน 1, 5
Panhead ปีรุ่น 1948–1965 กับฝาครอบที่ดูคล้ายถาดหรือกระทะ
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.01966–1984 — Shovelhead และการขยายโลกของ Big Twin
Shovelhead เริ่มต้นในปีรุ่น 1966 โดยพัฒนาชุดฝาสูบและเพิ่มสมรรถนะจากเครื่องรุ่นก่อน ชื่อของมันมาจากรูปทรงฝาครอบกระเดื่องวาล์วที่ชวนให้นึกถึงพลั่วตักถ่านหิน
ช่วงเวลานี้ยังเป็นยุคที่ Big Twin เข้าไปอยู่ในรถหลายรูปแบบมากขึ้น การมาถึงของ Super Glide ในปี 1971 และรถอย่าง Low Rider ในเวลาต่อมา ทำให้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ของ Harley มีพื้นที่นอกเหนือจากรถ Touring มากขึ้น
สำหรับคนที่ชอบรถเก่า Shovelhead จึงเป็นจุดเชื่อมที่น่าสนใจระหว่างเครื่องยนต์หน้าตาแบบดั้งเดิมกับรถที่เริ่มมีบุคลิกแตกต่างกันชัดเจน ทั้งรถเดินทาง รถที่มีท่าทางสปอร์ตขึ้น และรถที่เจ้าของนำไปสร้างสไตล์ของตัวเอง
จุดที่ควรจำคือ ปีรุ่นแรกของ Shovelhead คือ 1966 ส่วน Electra Glide ปีรุ่น 1965 ยังอยู่ในยุค Panhead การจำชื่อรุ่นรถคู่กับปีเครื่องยนต์จึงช่วยให้เราอ่านประวัติรถได้แม่นยำขึ้น 5
Shovelhead เริ่มปีรุ่น 1966 ไม่ใช่ปี 1965
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.01984–1999 — Evolution เครื่องยนต์ที่เปิดบทใหม่ให้ Harley-Davidson
ชื่อ Evolution บอกทิศทางของเครื่องรุ่นนี้ได้ดี ในปีรุ่น 1984 Harley-Davidson ยังคงเลือกเดินต่อด้วย V-Twin 45 องศา ระบายความร้อนด้วยอากาศ และระบบวาล์วแบบก้านกระทุ้ง พร้อมพัฒนาวัสดุและรายละเอียดการผลิตให้เหมาะกับการใช้งานยุคใหม่
เครื่อง Big Twin ขนาด 80 ลูกบาศก์นิ้ว หรือประมาณ 1,340 ซีซี ใช้กระบอกสูบและฝาสูบอะลูมิเนียม พร้อมปรับปรุงการควบคุมการรั่วซึมของน้ำมัน เรื่องความทนทานและความน่าเชื่อถือจึงเป็นส่วนสำคัญของชื่อเสียงเครื่อง Evo
การมาถึงของมันยังอยู่ในช่วงหลังฝ่ายบริหารซื้อบริษัทกลับจาก AMF ในปี 1981 เมื่อทรัพยากรมีจำกัด Harley ต้องเลือกว่าจะเดินหน้ากับโครงการใด และเลือกพัฒนาเครื่อง V-Twin สายดั้งเดิมจนออกมาเป็น Evolution
เมื่อมองย้อนกลับไป Evo จึงเป็นหมุดหมายทั้งด้านวิศวกรรมและทิศทางของบริษัท เป็นช่วงที่ Harley นำรูปแบบเครื่องยนต์ที่นักขี่คุ้นเคยมาปรับให้พร้อมเดินต่อในอีกยุคหนึ่ง
แต่ชื่อ Evolution มีข้อควรจำอยู่ด้วยว่า Evolution Big Twin กับ Evolution Sportster เป็นเครื่องคนละตระกูล แม้จะใช้ชื่อร่วมกัน เราจะกลับมาดูฝั่ง Sportster หลังไล่สาย Big Twin ถึงปัจจุบัน 1, 5
Evolution Big Twin ขนาด 80 ลูกบาศก์นิ้ว เริ่มปีรุ่น 1984
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.01999–2017 — Twin Cam ยุคของแคมคู่
ปีรุ่น 1999 เครื่อง Twin Cam เข้ามารับช่วงต่อในสาย Big Twin ชื่อครั้งนี้อ้างถึงโครงสร้างภายในโดยตรง คือการใช้เพลาลูกเบี้ยวสองตัว แทนการตั้งชื่อตามรูปร่างฝาครอบเครื่อง
Twin Cam เริ่มต้นด้วยขนาด 88 ลูกบาศก์นิ้ว และมีเครื่องความจุอื่นตามมาในช่วงอายุของตระกูล พร้อมการพัฒนาฝาสูบ ทางเดินไอดีและไอเสีย รวมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะและการควบคุมมลพิษ
เครื่องรหัส B ยังมีระบบถ่วงสมดุลสำหรับรถ Softail ที่ยึดเครื่องเข้ากับเฟรมแบบแข็ง จึงเป็นอีกตัวอย่างว่าชื่อเครื่องเดียวกันอาจมีรายละเอียดต่างกันตามรถที่นำไปใช้ เมื่อดูรถมือสองหรือวางแผนแต่งรถ การรู้ว่าเป็น Twin Cam เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่พอ ต้องดูปี รุ่นรถ และรหัสเครื่องควบคู่กัน 1
Twin Cam — เครื่อง Big Twin ที่ใช้เพลาลูกเบี้ยวสองตัว
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0Twin Cam / Rushmore — รุ่นพัฒนาภายในตระกูล Twin Cam
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.02017–ปัจจุบัน — Milwaukee-Eight แปดวาล์วในสองสูบ
Milwaukee-Eight หรือ M8 เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2016 สำหรับรถ Touring และ Trike ปีรุ่น 2017 นี่คือเหตุผลที่บางแหล่งระบุปีเปิดตัวเป็น 2016 ขณะที่เส้นเวลาของเครื่องยนต์มักเริ่มที่ปีรุ่น 2017
คำว่า Eight หมายถึงจำนวนวาล์วรวมแปดตัว จากสี่วาล์วต่อสูบ เครื่องยังคงวางกระบอกสูบทำมุม 45 องศา แต่กลับมาใช้เพลาลูกเบี้ยวตัวเดียว พร้อมพัฒนาระบบถ่วงสมดุลและการจัดการความร้อน
การกลับมาใช้แคมเดียวหลังยุค Twin Cam แสดงให้เห็นว่า จำนวนชิ้นส่วนไม่ได้บอกความก้าวหน้าของเครื่องยนต์ได้ทั้งหมด ต้องมองการออกแบบทั้งระบบร่วมกัน ตั้งแต่การไหลของอากาศ การเผาไหม้ ไปจนถึงความสบายของคนขี่
M8 มีรายละเอียดการระบายความร้อนต่างกันตามรุ่น โดยบางรุ่นใช้ของเหลวช่วยระบายความร้อนบริเวณฝาสูบ จึงควรดูข้อมูลของเครื่องและรถแต่ละรุ่น แทนการเหมารวมว่า M8 ทุกตัวมีระบบเหมือนกัน 6
Milwaukee-Eight — สี่วาล์วต่อสูบ รวมแปดวาล์วในสองสูบ
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0อีกสายที่เติบโตคู่กัน — จาก Model K สู่ Sportster
ขณะที่ Big Twin เดินผ่าน Knucklehead, Panhead และ Shovelhead รถอีกสายหนึ่งก็กำลังก่อตัวขึ้น
Model K เปิดตัวในปี 1952 ด้วยเครื่อง V-Twin แบบ Side-valve ขนาด 750 ซีซี ก่อนจะเป็นพื้นฐานให้ XL Sportster ซึ่งตามมาในปี 1957 พร้อมเครื่อง OHV และฝาสูบเหล็กหล่อ อันเป็นที่มาของชื่อ “Ironhead”
เครื่อง Sportster มีเครื่องยนต์และชุดเกียร์อยู่ในเรือนเดียวกัน หรือโครงสร้างแบบ Unit construction ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการแยกมันออกจาก Big Twin สายดั้งเดิม คำว่า Small Twin ที่ใช้เรียกกันในวงสนทนา จึงควรเข้าใจเป็นการแบ่งกลุ่มเพื่อคุยเรื่องรถ มากกว่าจะดูจากขนาดซีซีอย่างเดียว
Ironhead อยู่ในสาย Sportster จนถึงปีรุ่น 1985 ก่อนเปลี่ยนมาใช้ Evolution Sportster ในปี 1986 โดยเริ่มด้วยรุ่น 883 และ 1100 ซีซี และมี 1200 ซีซีตามมา เครื่องตระกูลนี้อยู่ในไลน์รถถึงปีรุ่น 2022
เมื่อเจอคำว่า “Evo” จึงควรถามต่ออีกนิดว่า เป็น Evo ของ Big Twin หรือ Sportster เพราะชื่อนั้นพาเราไปสู่รถ โครงสร้างเครื่อง และแนวทางดูแลที่ต่างกัน 1, 7
Model K ปี 1952 — รถทั้งคันที่ช่วยเล่ารากฐานก่อนยุค Sportster
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0Ironhead Sportster ปีรุ่น 1957–1985
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0Evolution Sportster ปีรุ่น 1986–2022 เป็นคนละเครื่องกับ Evolution Big Twin
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0รถเล็กและ Aermacchi — อีกหน้าหนึ่งของประวัติ Harley
หากเล่าเฉพาะเครื่องสองสูบ ประวัติของ Harley-Davidson จะขาดรถอีกกลุ่มที่น่าสนใจไป
ระหว่างเครื่องสูบเดียวยุคแรกกับรถเล็กหลังสงคราม ยังมีเครื่องสูบเดียวในตระกูล A/B ที่กลับมาในปี 1926 โดยมีทั้งแบบ Side-valve และ OHV ส่วนรถแข่งสูบเดียว OHV ที่รู้จักกันในชื่อ Peashooter ก็เป็นตัวอย่างว่า Harley มีเทคโนโลยีวาล์วเหนือฝาสูบก่อนการมาถึงของ Knucklehead แล้ว การแบ่งประวัติเครื่องถนนกับเครื่องแข่งจึงสำคัญ 20, 21
นอกจากเครื่องสูบเดียวในช่วงเริ่มต้น บริษัทกลับมามีรถเล็กเครื่องสองจังหวะขนาด 125 ซีซีในปี 1948 ก่อนพัฒนารถในกลุ่มนี้ต่อมา รถเล็กอเมริกันหลังสงครามกลุ่มดังกล่าวควรแยกออกจากรถที่ผลิตโดย Aermacchi ในอิตาลี
ในปี 1960 Harley-Davidson เข้าไปลงทุนในกิจการรถจักรยานยนต์ของ Aermacchi และ Sprint ปี 1961 เป็น Harley รุ่นแรกที่ผลิตโดยบริษัทอิตาลีแห่งนี้ ทำให้แบรนด์มีรถขนาดเล็กเข้ามาเติมช่องว่างของไลน์สินค้า
เครื่องสูบเดียวสี่จังหวะของ Sprint มีรูปทรงโดดเด่นจากการวางกระบอกสูบเกือบแนวนอน ขณะที่รถอิตาลีในกลุ่มนี้ยังมีเครื่องสองจังหวะขนาดเล็กอยู่ด้วย ความสัมพันธ์ของ Harley กับกิจการ Aermacchi สิ้นสุดลงเมื่อกิจการถูกขายให้พี่น้อง Castiglioni ในปี 1978
ช่วงปี 1960–1978 ในเส้นเวลาจึงหมายถึงช่วงความสัมพันธ์ของบริษัท ไม่ใช่อายุการผลิตของเครื่องยนต์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง รถเหล่านี้ควรมีพื้นที่อยู่ในประวัติ Harley เพราะช่วยให้เห็นความพยายามเข้าถึงนักขี่ที่ต้องการรถเล็ก เบา และใช้งานในแบบต่างออกไป [7–9]
ส่วน Topper ในช่วงปี 1960–1965 เป็นสกู๊ตเตอร์เครื่องสูบเดียวสองจังหวะของ Harley อีกแบบหนึ่ง จึงควรมีชื่ออยู่ในกลุ่มรถเล็กด้วย รูปทรงรถและระบบส่งกำลังของมันต่างจากมอเตอร์ไซค์ Sprint อย่างเห็นได้ชัด และไม่ควรนำไปรวมว่าเป็นรถ Aermacchi ทั้งหมด 22
Peashooter ปี 1927 — รถแข่งสูบเดียวแบบ OHV
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0เครื่องสองจังหวะสูบเดียวของรถเล็กที่ผลิตในสหรัฐฯ
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0เครื่อง Sprint สี่จังหวะจากสาย Aermacchi
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0SX-250 ปี 1976 — ตัวอย่างรถสองจังหวะจากอิตาลี
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0Topper ปี 1960 — สกู๊ตเตอร์สองจังหวะของ Harley-Davidson
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.02002–2017 — Revolution เมื่อ V-Rod เลือกอีกทาง
เมื่อ V-Rod เข้ามาในปีรุ่น 2002 Harley-Davidson นำเสนอเครื่อง Revolution ที่เปลี่ยนรูปแบบไปจาก Big Twin และ Sportster สายดั้งเดิมอย่างชัดเจน
เครื่อง V-Twin รุ่นนี้วางกระบอกสูบทำมุม 60 องศา ใช้เพลาลูกเบี้ยวเหนือฝาสูบแบบ DOHC สี่วาล์วต่อสูบ และระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยมี Porsche ร่วมในการพัฒนา
Revolution จึงควรมีเส้นทางของตัวเองในประวัติเครื่องยนต์ Harley อยู่คู่กับชื่อรถ V-Rod และตระกูล VRSC มากกว่าจะถูกวางเป็นเครื่องที่มาแทน Twin Cam เพราะทั้งสองกลุ่มมีช่วงเวลาจำหน่ายซ้อนกันและรองรับรถคนละแนว 1, 10
Revolution ของ V-Rod — V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.02014 — Revolution X สำหรับ Street 500 และ Street 750
ก่อนถึง Revolution Max ยังมี Revolution X ใน Street 500 และ Street 750 ซึ่งประกาศเปิดตัวช่วงปลายปี 2013 และเริ่มเข้าสู่ตลาดในปี 2014
เครื่องระบายความร้อนด้วยน้ำกลุ่มนี้ถูกนำมาใช้กับรถที่ Harley พัฒนาสำหรับนักขี่รุ่นใหม่และการเดินทางในเมือง เป็นอีกแนวทางในการขยายกลุ่มผู้ใช้ นอกเหนือจากรถ Big Twin ขนาดใหญ่
ชื่อ Revolution, Revolution X และ Revolution Max จึงควรแยกกันให้ชัดเมื่ออ่านข้อมูลรถ แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่หมายถึงเครื่องยนต์คนละตระกูล 11
Revolution X สำหรับ Street 500/750 เปิดตัวรถตลาดปีรุ่น 2014
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.02021–ปัจจุบัน — Revolution Max และ Sportster บทใหม่
Revolution Max เข้าสู่รถจำหน่ายจริงในปี 2021 ทั้ง Pan America และ Sportster S เครื่อง V-Twin 60 องศา ระบายความร้อนด้วยน้ำรุ่นนี้ใช้ DOHC และระบบแปรผันวาล์ว พร้อมออกแบบให้เครื่องยนต์เป็นส่วนรับแรงของโครงสร้างรถ
Sportster S ใช้ Revolution Max 1250T ส่วน Nightster ที่ตามมาในปี 2022 ใช้ 975T การเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้ชื่อ Sportster เชื่อมกับเครื่องยนต์อีกสถาปัตยกรรมหนึ่ง หลังอยู่กับเครื่อง OHV ระบายความร้อนด้วยอากาศมาหลายสิบปี
ในแง่ประวัติรุ่นรถ เราสามารถเล่า Ironhead, Evolution Sportster และ Revolution Max ต่อกันได้ แต่ในแง่โครงสร้างเครื่องยนต์ Revolution Max ควรอยู่ในกลุ่มเครื่องสมัยใหม่ เพราะยังถูกใช้กับ Pan America ด้วย
นี่จึงเป็นจุดที่ต้องแยก “สายรุ่นรถ” ออกจาก “ตระกูลเครื่องยนต์” ชื่อ Sportster เดินทางต่อมาได้ แม้หัวใจที่อยู่กลางรถจะเปลี่ยนไปมากแล้วก็ตาม [12–14]
Revolution Max 975T ใน Nightster ภาพนี้ไม่ใช่เครื่อง 1250T ของ Sportster S
ภาพ: Chris Woodrich · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0เครื่องแข่ง — อีกเส้นทางที่เดินคู่กับรถถนน
เส้นเวลาของรถถนนยังมีเครื่องแข่งเดินคู่กันอยู่ เครื่อง Eight-Valve ที่เปิดตัวในปี 1916 เป็น V-Twin แบบ OHV สำหรับการแข่งขัน และมีแปดวาล์วก่อนชื่อ Milwaukee-Eight ราวหนึ่งศตวรรษ แน่นอนว่าสองเครื่องนี้เป็นคนละตระกูลกัน 23
ชื่อ Two-Cam ก็มีอยู่ในรถยุค F-head ก่อนเครื่อง Twin Cam ปีรุ่น 1999 เช่นรถแข่ง FH ปี 1924 ที่ใช้ประกอบบทความครั้งนี้ ชื่อคล้ายกันจึงไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเป็นเครื่องยนต์รุ่นเดียวกัน 24
ต่อมายังมีเครื่องแข่ง Side-valve ในสาย WR/WRTT และ KR/KRTT โดย KR ปีรุ่น 1952 เป็นหมุดหมายสำคัญ ก่อนที่ XR-750 จะเข้าสู่การแข่งขันในปี 1970 เครื่อง XR ยังมีการเปลี่ยนจากรุ่นฝาสูบเหล็กในยุคแรกไปสู่รุ่นอะลูมิเนียม และมีการลงแข่งต่อถึงปี 2024 ช่วงเวลานี้ยืนยันความยาวนานในสนามแข่ง ไม่ได้หมายความว่ามีการผลิตเครื่องใหม่ทุกปีตลอดช่วงนั้น 23, 25, 26
เครื่องระบายความร้อนด้วยน้ำในสนามแข่งก็มีประวัติก่อน V-Rod ผ่าน VR1000 ที่เข้าสู่ Superbike ในปี 1994 ส่วน XG750R ซึ่งเปิดตัวการแข่งขันในปี 2016 ใช้พื้นฐาน Revolution X ของ Street 750 และยังปรากฏอยู่ในวงการ American Flat Track ปัจจุบัน เรื่องเหล่านี้ควรมีพื้นที่ของตัวเอง เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานแข่งกับรถที่นักขี่ซื้อมาใช้งาน [27–29]
Eight-Valve racer เริ่มปี 1916 แยกจาก Milwaukee-Eight ในยุคปัจจุบัน
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0FH Two-Cam racer ปี 1924 ชื่อ Two-Cam นี้ไม่ใช่ตระกูล Twin Cam ปี 1999
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0KR Dirt Racer ปี 1956 — รถแข่ง Side-valve ทั้งคัน
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0XR-750 เริ่มปี 1970 และยังถูกใช้แข่งขันจนถึงปี 2024
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0VR1000 — โครงการ Superbike เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0รถตลาดภูมิภาค และเครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้อง
หากเล่า Harley-Davidson ในภาพรวมทั่วโลกถึงยุคปัจจุบัน ยังต้องกล่าวถึง X350 และ X500 ซึ่งมีเอกสารปีรุ่น 2023 และใช้เครื่องสองสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ รวมถึง X440 ที่เปิดตัวในอินเดียปี 2023 ด้วยเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน เครื่องกลุ่มนี้ควรแยกจากทั้ง Big Twin, Sportster ดั้งเดิม และ Revolution V-Twin 30, 31
ส่วนเครื่อง Buell อย่าง Blast ควรอยู่ในกรอบแบรนด์และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง โครงการ Nova ควรแยกเป็นเรื่องเครื่องต้นแบบ และ LiveWire ควรอยู่ในประวัติระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า การเปิดพื้นที่ให้เรื่องเหล่านี้ช่วยให้มองเห็นภาพกว้างขึ้น โดยยังรักษาขอบเขตของตระกูลเครื่องยนต์หลักไว้ชัดเจน 5, 20
เครื่อง Buell Blast สำหรับเล่าแบรนด์ที่เกี่ยวข้อง แยกจากรถที่ใช้ชื่อ Harley-Davidson
ภาพ: Michael Barera · Wikimedia Commons · CC BY-SA 4.0อ่านเครื่องยนต์ แล้วจะอ่านรถ Harley ได้มากขึ้น
เมื่อวางเครื่องยนต์ทั้งหมดลงบนเส้นเวลา เราจะเห็นว่า Harley-Davidson มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้นพร้อมกัน Big Twin รับช่วงจากเครื่องยุคก่อนหน้า Sportster เติบโตในอีกแนวทางหนึ่ง รถเล็กเปิดประตูให้ผู้ใช้กลุ่มใหม่ และเครื่องระบายความร้อนด้วยน้ำพาแบรนด์เข้าไปสู่รถอีกหลายรูปแบบ
ชื่อเล่นจากรูปฝาสูบในยุค Knucklehead, Panhead และ Shovelhead ยังทำให้ประวัติทางวิศวกรรมกลายเป็นสิ่งที่นักขี่มองเห็นและจดจำได้ ส่วนชื่อ Evolution, Twin Cam และ Milwaukee-Eight ก็สะท้อนวิธีเล่าการเปลี่ยนแปลงของเครื่องยนต์ในแต่ละช่วงเวลา
ครั้งต่อไปที่ยืนดู Harley สักคัน ลองเริ่มจากเครื่องที่อยู่กลางเฟรม มองฝาสูบ ก้านกระทุ้ง และรูปแบบการวางชุดเกียร์ แล้วค่อยตามไปดูชื่อรุ่นกับปีผลิต เราอาจพบว่ารถคันนั้นมีเรื่องให้คุยมากกว่าสีถัง ชุดท่อ หรือขนาดเครื่องที่ระบุอยู่บนฝาครอบ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ The History — ค่อยๆ ทำความรู้จักรถที่เราชอบ ผ่านเรื่องราวของคนและเครื่องจักรที่ทำให้มันเป็น Harley-Davidson
ตารางทบทวนเครื่องยนต์แต่ละยุค
ใช้ปีรุ่นรถเป็นหลัก ส่วนปีเปิดตัว โครงการแข่ง และยุคความร่วมมือระบุแยกไว้ในตาราง
| ตระกูล / กลุ่ม | ช่วงเวลา | รูปแบบเครื่องยนต์ | จุดสังเกต |
|---|---|---|---|
| สูบเดียวยุคแรก | 1903–1918 | สูบเดียว F-head | จุดเริ่มต้นก่อน V-Twin 1, 2 |
| V-Twin ยุคแรก / F-head | 1909; รุ่นปรับปรุง 1911–1929 | V-Twin 45° | รากฐานก่อนสาย Big Twin ยุคหลัง 1 |
| Sport Twin / Model W | 1919–1923 | สองสูบนอนตรงข้าม | ไม่ใช่ Sportster และไม่ใช่ WL 15 |
| สูบเดียว A/B และ Peashooter | 1926–1934; ภาพรถแข่ง 1927 | Side-valve / OHV | OHV มีมาก่อน Knucklehead ในบางกลุ่ม 20, 21 |
| Flathead 45 / WL–WLA–WLC | ตระกูล 1929–1973; WL ตั้งแต่ 1937 | V-Twin Side-valve 45 ci | WLA ผลิตช่วงสงคราม 1940–1945 และกลับมา 1949–1952 1, 16, 17, 18 |
| Flathead Big Twin V/U | V 1930–1936; U 1937–1948 | V-Twin Side-valve 74/80 ci | แยกจากเครื่อง 45 1, 3 |
| Knucklehead | 1936–1947 | V-Twin OHV | Big Twin แบบ OHV รุ่นผลิตขาย 4 |
| XA | 1942 | สองสูบนอนตรงข้าม | รถทหารอีกแขนง แยกจาก WLA 19 |
| Panhead | 1948–1965 | V-Twin OHV | ฝาสูบอะลูมิเนียม / ลูกกระทุ้งไฮดรอลิก 1, 5 |
| รถเล็กสองจังหวะสหรัฐฯ / Topper | รถเล็ก 1948–1966; Topper 1960–1965 | สูบเดียวสองจังหวะ | ไม่รวมกับสาย Aermacchi 1, 22 |
| Model K/KH | เริ่ม 1952; ก่อน Sportster 1957 | V-Twin Side-valve | รากฐานก่อน Sportster 7 |
| Ironhead Sportster | 1957–1985 | V-Twin OHV | ฝาสูบเหล็กหล่อ 7 |
| Aermacchi | ยุคความร่วมมือ 1960–1978 | สูบเดียวสี่จังหวะและสองจังหวะ | ช่วงความร่วมมือ ไม่ใช่อายุเครื่องยนต์รุ่นเดียว 8, 9 |
| Shovelhead | 1966–1984 | V-Twin OHV | ปีรุ่นแรก 1966 5 |
| Evolution Big Twin | 1984–1999 | V-Twin OHV 80 ci | แยกจาก Evolution Sportster 1, 5 |
| Evolution Sportster | 1986–2022 | V-Twin OHV | เครื่องยนต์รวมชุดเกียร์ในสาย Sportster 7 |
| Twin Cam | 1999–2017 | V-Twin OHV / สองแคม | รวมรุ่นพัฒนาภายในตระกูล เช่น Twin-Cooled 1, 5 |
| Revolution / V-Rod | 2002–2017 | V-Twin DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ | เครื่องของ VRSC / V-Rod 10 |
| Revolution X | เปิดตัวรถตลาดปีรุ่น 2014 | V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ | Street 500 / Street 750 11 |
| Milwaukee-Eight | เริ่มปีรุ่น 2017 | V-Twin OHV / 8 วาล์ว | ระบบระบายความร้อนต่างกันตามรุ่น 6 |
| Revolution Max | เริ่ม 2021; Nightster 2022 | V-Twin DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ | Pan America, Sportster S และ Nightster 12, 13, 14 |
| X350 / X500 / X440 | เริ่ม 2023 | สองสูบเรียง / สูบเดียว | รถสำหรับตลาดภูมิภาค แยกจาก Big Twin 30, 31 |
| เครื่องแข่ง | Eight-Valve 1916; KR 1952; XR750 1970; VR1000 1994; XG750R 2016 | หลายสถาปัตยกรรม | ปีแรกของแต่ละตัว ไม่ใช่ช่วงผลิตรวม 23, 25, 26, 27, 28 |
เครดิตภาพและแหล่งข้อมูล
เรียบเรียงโดยทีมงาน HD-Playground จากหลายแหล่ง ไม่ใช่คำแปลตรงจากบทความใดบทความหนึ่ง
ภาพถ่ายทั้งหมดใช้ใบอนุญาต CC BY-SA 4.0 ภาพแสดงจากไฟล์ต้นฉบับบน Wikimedia Commons โดยไม่ครอปหรือปรับสี คลิกชื่อแหล่งภาพเพื่อดูต้นฉบับและรายละเอียดใบอนุญาต แผนผังกลุ่มและตารางจัดทำสำหรับบทความนี้
เครดิตภาพทั้ง 33 ภาพ
| ภาพ | ชื่อ / บริบท | ผู้ถ่าย | แหล่งภาพ / ใบอนุญาต |
|---|---|---|---|
| 01 | Early Single เครื่องสูบเดียวยุคแรก ภาพจัดแสดงเป็นตัวแทนตระกูล 1903–1918 ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเครื่องปี 1903 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 02 | F-head V-Twin F-head V-Twin รุ่นปรับปรุงที่เริ่มในปี 1911 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 03 | V-Series Flathead Flathead Big Twin ตระกูล V ปีรุ่น 1930–1936 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 04 | U-Series Flathead Flathead Big Twin ตระกูล U ปีรุ่น 1937–1948 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 05 | Knucklehead Knucklehead ปีรุ่น 1936–1947 ชื่อเล่นจากรูปร่างฝาครอบกระเดื่องวาล์ว | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 06 | Panhead Panhead ปีรุ่น 1948–1965 กับฝาครอบที่ดูคล้ายถาดหรือกระทะ | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 07 | Shovelhead Shovelhead เริ่มปีรุ่น 1966 ไม่ใช่ปี 1965 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 08 | Evolution Big Twin Evolution Big Twin ขนาด 80 ลูกบาศก์นิ้ว เริ่มปีรุ่น 1984 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 09 | Twin Cam Twin Cam — เครื่อง Big Twin ที่ใช้เพลาลูกเบี้ยวสองตัว | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 10 | Milwaukee-Eight Milwaukee-Eight — สี่วาล์วต่อสูบ รวมแปดวาล์วในสองสูบ | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 11 | Ironhead Sportster Ironhead Sportster ปีรุ่น 1957–1985 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 12 | Evolution Sportster Evolution Sportster ปีรุ่น 1986–2022 เป็นคนละเครื่องกับ Evolution Big Twin | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 13 | Two-cycle Single เครื่องสองจังหวะสูบเดียวของรถเล็กที่ผลิตในสหรัฐฯ | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 14 | Aermacchi Sprint เครื่อง Sprint สี่จังหวะจากสาย Aermacchi | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 15 | Revolution / V-Rod Revolution ของ V-Rod — V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 16 | Revolution X Revolution X สำหรับ Street 500/750 เปิดตัวรถตลาดปีรุ่น 2014 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 17 | Revolution Max 975T Revolution Max 975T ใน Nightster ภาพนี้ไม่ใช่เครื่อง 1250T ของ Sportster S | Chris Woodrich | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 18 | 1952 Model K Model K ปี 1952 — รถทั้งคันที่ช่วยเล่ารากฐานก่อนยุค Sportster | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 19 | 1909 Model 5-D รถปี 1909 Model 5-D ในภาพจัดแสดงร่วมกับรถสูบเดียวปี 1906 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 20 | Flathead 45 / WL family เครื่องตัวแทนตระกูล Flathead 45 ซึ่งใช้ในสาย WL ด้วย ไม่ใช่การระบุเครื่อง WLA ปีใดปีหนึ่ง | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 21 | 1942 WLA WLA ปีรุ่น 1942 — รถทั้งคันแสดงอุปกรณ์สำหรับงานกองทัพ | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 22 | Sport Twin / Model W Sport Twin / Model W ปี 1919–1923 — อีกแขนงที่ไม่ใช่ Sportster | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 23 | XA XA ปี 1942 เครื่องยนต์สองสูบนอนตรงข้าม แยกจาก V-Twin ของ WLA | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 24 | Eight-Valve racer Eight-Valve racer เริ่มปี 1916 แยกจาก Milwaukee-Eight ในยุคปัจจุบัน | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 25 | 1927 Peashooter Peashooter ปี 1927 — รถแข่งสูบเดียวแบบ OHV | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 26 | 1924 FH Two-Cam racer FH Two-Cam racer ปี 1924 ชื่อ Two-Cam นี้ไม่ใช่ตระกูล Twin Cam ปี 1999 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 27 | 1956 KR racer KR Dirt Racer ปี 1956 — รถแข่ง Side-valve ทั้งคัน | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 28 | XR-750 XR-750 เริ่มปี 1970 และยังถูกใช้แข่งขันจนถึงปี 2024 | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 29 | VR1000 VR1000 — โครงการ Superbike เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 30 | Twin Cam / Rushmore Twin Cam / Rushmore — รุ่นพัฒนาภายในตระกูล Twin Cam | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 31 | 1976 SX-250 / Aermacchi SX-250 ปี 1976 — ตัวอย่างรถสองจังหวะจากอิตาลี | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 32 | 1960 Topper Topper ปี 1960 — สกู๊ตเตอร์สองจังหวะของ Harley-Davidson | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
| 33 | Buell Blast (related) เครื่อง Buell Blast สำหรับเล่าแบรนด์ที่เกี่ยวข้อง แยกจากรถที่ใช้ชื่อ Harley-Davidson | Michael Barera | Wikimedia Commons ↗ CC BY-SA 4.0 |
แหล่งอ้างอิงเนื้อหา 31 รายการ
บทความนี้เรียบเรียงใหม่จากหลายแหล่ง ไม่ใช่คำแปลตรงจากบทความใดบทความหนึ่ง ปีเครื่องยนต์ใช้ปีรุ่นรถ (Model year) เป็นหลัก ซึ่งอาจต่างจากปีปฏิทินที่ประกาศเปิดตัว ช่วงเวลาของเครื่องหลายตระกูลซ้อนกัน และอาจต่างกันตามรุ่นรถหรือตลาด
.jpg?width=500)
.jpg?width=500)
.jpg?width=500)